|
งานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ เป็นงานประจำปีที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ โดยกำหนดเอาวันแรม 5 ค่ำ เดือน 11ของทุกปีเป็น ีวันเริ่มงาน ก่อนเริ่มงานประมาณวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชายหญิงพร้อมใจ กัน ไปช่วยเย็บผ้าแดงผืนใหญ่สำหรับห่ม องค์พระสมุทรเจดีย์ ก่อนวันร่วมงานจังหวัดจะทำ พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดจน พระเทพารักษ์ ณ บริเวณองค์พระสมุทรเจดีย์ และพอถึงแรม 5 ค่ำ เดือน 11จะมีการเชิญ ผ้าแดงผืนนี้ขึ้นตั้งบนบุษบก ใช้เรือยนต์เป็น พาหนะแห่ไปรอบๆ ตัวเมืองแล้วเชิญผ้าแดงแห่ไปตามลำน้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง เพื่อให้ชาวพระประแดงร่วมอนุโมทนาแล้วจึงนำขบวนแห่กลับมาทำพิธีทักษินาวรรต รอบองค์พระสมุทรเจดีย์แล้วนำขึ้นห่มทางจังหวัดจัดงานฉลองทั้งสองฝังอำเภอเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งตัวจังหวัดและฝั่งอำเภอ พระสมุทรเจดีย์เป็นเวลา 9 วัน9คืน
จากสภาพภูมิประเทศจังหวัดสมุทรปารการมีพื้นที่ติดกับปากน้ำเจ้าพระยาและส่วนหนึ่งติดกับทะเลจึงอุดมสมบูรณ์ ์ไปด้วยป่าชายเลนที่มีต้นจากขึ้นงอกงามมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยได้นำต้นจากมาใช้ประโยชน เช่น นำผลมา รับประทาน นำใบมาห่อขนมที่เรียกว่า ขนมจาก และนำงวงมาเป็นแซ่ปัดยุง เป็นต้น หัตถกรรมที่ขึ้นชื่อที่ทำจากต้นจากคือ แส้ ้สมัยก่อนใครมาเที่ยว จังหวัดสมุทรปราการจะต้องซื้อแส้กลับไปใช้และ เป็นของฝาก แต่ในปัจจุบันมีจำนวนน้อยลง หาซื้อยากทั้งนี้เป็นเพุราะบริเวณ ป่าชายเลนถูกถมที่เพื่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมาแทนอีก ทั้งไม่มีการปลูกเพิ่ม จึงทำให้หาวัตถุดิบมาทำแส้น้อยลงประกอบ กับช่างฝีมือเก่า ๆ ที่ทำแส้ได้ล้มหายตายจากไปเกือบหมดคนรุ่นหลัง มีน้อยที่อยากทำแส้ขายเพราะขายได้ในราคาถูกไม่คุ้มกับการลงทุน และการใช้งาน
ผลจากมีให้กินน้อยลง ขนมจากราคาแพงขึ้น แส้งวงจากหาซื้อยากขึ้น น่าเสียดาย " ต้นจาก " พันธ์ไม้พื้นบ้านของ จังหวัดสมุทรปราการที่กำลังจะจากเราไป
ประเพณี - วิถีชีวิตชาวปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการมีประเพณีพื้นเมืองที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักของชาวไทยทั่วไปหลายประเพณี ประเพณีเหล่านี้ได้เกิดขึ้นเนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตในครั้งอดีตของผู้พำนักอยู่ในเขตเมืองพระประแดง และสมุทรปราการแต่ดั้งเดิมฃึ่งได้ถือปฏิบัติสืบต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบันประเพณีเหล่านี้ได้แก่งานสงกรานต์ปากัดประเพณีแข่งเรือหน้าเมืองพระประแดงและอื่นๆ งานสงกรานต์ชาวปากลัด
ปากลัด เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกเมืองพระประแดง ทุกๆปีในวันอาทิตย์หลังจากเทศกาลสงกรานต์ ชาวเมืองพระประแดงร่วมกับเทศบาลเมืองพระประแดงจะจัด งานประเพณีสงกรานต์แบบพื้นบ้านของชาวรามัญ มีขบวนแห่นางสงกรานต์ ปล่อยนกปล่อยปลาประเพณีการปล่อยปลาและประเพณีการเล่นสะบ้า เป็นประเพณีที่ถือกันว่า เป็นสัญลักษณ์ของชาวปากลัด
ประเพณีการปล่อยปลา มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประเพณีการปล่อยปลามาว่าแต่เดิมมาชาวรามัญที่อพยพอยู่ในประเทศไทยส่วนมากประกอบอาชีพ การทำนา ชาวนาเหล่านี้จะจับจองที่ดินที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์เพื่อการปลูกข้าว ซึ่งมักจะอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนที่อาศัย เมื่อถึงฤดูฝนหน้าทำนาก็อพยพไปปลูกกระท่อมอยู่พอเก็บเกี่ยวนวดข้าวเสร็จก็อพยพครอบครัวกลับบ้านเดิม ได้กระทำหมุนเวียนอยู่เช่นนี้ทุกปี
ในฤดูแล้ง ปลาที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ มักจะตายเนื่องจากความแห้งแล้งแต่มีปลาที่อดทนอยู่ชนิดหนึ่งคือ ปลาหมอ แม้ว่าน้ำจะแห้งหืดเหลือแต่โคลนตม ปลาหมอก็มีชีวิตอยู่ได้โดยมุดตัวอยู่ในโคลนตม ชาวนาที่ทำนาปลูกข้าวเมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวก็ย้ายครอบครัวจากที่นามายังบ้านเดิมจนกระทั่งสิ้นวันสงกรานต์แล้ว จึงกลับไปยังนาของตนเมื่อไปพบปลาหมอหมกตัวอยู่ตามโคลนตมรอวันตายก็มีความสงสารจึงจับปลาเหล่านั้น มาขังไว้แล้วนำไปปล่อยตามแม่น้ำลำคลองทำอยู่อย่างนี้จนกลายเป็นประเพณีมีการร่วมขบวนแห่แหนนำปลาไป ปล่อยพร้อมๆกัน ประเพณีการปล่อยปลาในวันสงกรานต์ได้กลายเป็นประเพณีที่นิยมปฏิบัติเพราะการช่วยชีวิตสัตว์ให้รอดพ้น จากความตายนับเป็นบุญมหากุศล ถือกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์และช่วยต่ออายุของผู้กระทำให้ยืนนาน ดังมีเรื่องเล่ากันว่ามีพระรูปหนึ่งมีลูกศิษย์หลายคนพระรูปนี้มีความเชี่ยวชาญในการทำนายโชคชะตา วันหนึ่งพระอาจารย์ได้ตรวจดูโชคชะตาราศีลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งเป็นสามเณรปรากฏตามดวงชะตาว่าสามเณรลูกศิษย์ ์นั้นเกณฑ์ชะตาต้องถึงแก่ความตายในไม่ช้าพระอาจารย์มีความสงสารและสลดใจแต่ไมาสามารถช่วยเหลือฝืนชะตากรรม ของสามเณรได้ จึงบอกให้สามเณรรูปนั้น กลับไปบ้าน เพื่อจะได้มีโอกาสพบหน้าบิดามารดาก่อนตาย สามเณรได้อำลาพระอาจารย์แล้วเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางได้เดินผ่านนาและทุ่งนา ได้พบบ่อน้ำในทุ่งนาแห่งหนึ่งน้ำแห้งขอดมีปลาตกคลักอยู่ในโคลนเลนเป็นอันมากสามเณรรูปนั้นมีความสงสาร จึงได้จับปลาไปปล่อยในที่มีน้ำแล้วเดินทางต่อไปถึงบ้านเมื่อไปอยู่บ้านพอสมควรแก่เวลาแล้วก็กลับมาหาพระอาจารย์ ฝ่ายพระอาจารย์เชื่อความรู้ของตนจึงแน่ใจว่าสามเณรรูปนั้นคงได้ตายไปแล้วแน่นอนครั้นเห็นสามเณรกลับมาจึงแปลกใจ สอบถามได้ความประพฤติการณ์ข้างต้นจึงเข้าใจว่าการที่สามเณรรูปนี้รอดพ้นจากความตายได้เพราะสามเณรได้ประกอบ กุศลช่วยสัตว์ให้รอดพ้นความตาย เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การปล่อยนกปล่อยปลาเป็นวิธีสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ ไปในตัวด้วย ผู้ที่ได้ร่วมในการแห่ปลาและปล่อยปลาจึงได้เชื่อว่าประกอบกิจที่ดีงามประจำปีอย่างหนึ่ง
|