Samut Prakan
Home
Paknam Blogs
Paknam Google Earth
Paknam Maps
Samut Prakan Forum
Student Worksheets
My Province
จังหวัดของเรา​
ประวัติ​
ประเพณี
วัด
อาชีพ
ป้อมปราการ
สถานที่ท่องเที่ยว
คำถาม
Photo Album
Paknam Photo Album
Random Pictures
Most Viewed Pictures
Latest Pictures
Top Attractions
Crocodile Farm
Ancient City
Chulachomklao Fort
Bang Pu Seaside Resort
Phra Samut Chedi
Naval Museum
Tourist Information
Getting There
Getting Around
Festivals
Places to Stay
Tourist Attractions
Where to Eat
Shopping
Maps of Samut Prakan
Ancient Maps
Phrakhonchai Fort 1904
Samut Prakan 1912
Samut Prakan 1948
Paknam City
Historical Information
History
Paknam Railway
Forts
Paknam Incident 1893
Districts
Amphoe and Tambon
A. Muang District
A. Bang Phli
A. Bang Bo
A. Phra Pradaeng
A. Phra Samut Chedi
King A. Bang Sao Thong
Administrator


Temple Fair - งานนมัสการพระสมุทรเจดีย์

Temple Fair Temple Fair

งานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ เป็นงานประจำปีที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ โดยกำหนดเอาวันแรม 5 ค่ำ เดือน 11ของทุกปีเป็น ีวันเริ่มงาน ก่อนเริ่มงานประมาณวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชายหญิงพร้อมใจ กัน ไปช่วยเย็บผ้าแดงผืนใหญ่สำหรับห่ม องค์พระสมุทรเจดีย์ ก่อนวันร่วมงานจังหวัดจะทำ พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดจน พระเทพารักษ์ ณ บริเวณองค์พระสมุทรเจดีย์ และพอถึงแรม 5 ค่ำ เดือน 11จะมีการเชิญ ผ้าแดงผืนนี้ขึ้นตั้งบนบุษบก ใช้เรือยนต์เป็น พาหนะแห่ไปรอบๆ ตัวเมืองแล้วเชิญผ้าแดงแห่ไปตามลำน้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง เพื่อให้ชาวพระประแดงร่วมอนุโมทนาแล้วจึงนำขบวนแห่กลับมาทำพิธีทักษินาวรรต รอบองค์พระสมุทรเจดีย์แล้วนำขึ้นห่มทางจังหวัดจัดงานฉลองทั้งสองฝังอำเภอเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งตัวจังหวัดและฝั่งอำเภอ พระสมุทรเจดีย์เป็นเวลา 9 วัน9คืน         

จากสภาพภูมิประเทศจังหวัดสมุทรปารการมีพื้นที่ติดกับปากน้ำเจ้าพระยาและส่วนหนึ่งติดกับทะเลจึงอุดมสมบูรณ์ ์ไปด้วยป่าชายเลนที่มีต้นจากขึ้นงอกงามมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยได้นำต้นจากมาใช้ประโยชน เช่น นำผลมา รับประทาน   นำใบมาห่อขนมที่เรียกว่า ขนมจาก และนำงวงมาเป็นแซ่ปัดยุง เป็นต้น   หัตถกรรมที่ขึ้นชื่อที่ทำจากต้นจากคือ แส้ ้สมัยก่อนใครมาเที่ยว จังหวัดสมุทรปราการจะต้องซื้อแส้กลับไปใช้และ เป็นของฝาก แต่ในปัจจุบันมีจำนวนน้อยลง หาซื้อยากทั้งนี้เป็นเพุราะบริเวณ  ป่าชายเลนถูกถมที่เพื่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมาแทนอีก ทั้งไม่มีการปลูกเพิ่ม จึงทำให้หาวัตถุดิบมาทำแส้น้อยลงประกอบ กับช่างฝีมือเก่า ๆ ที่ทำแส้ได้ล้มหายตายจากไปเกือบหมดคนรุ่นหลัง มีน้อยที่อยากทำแส้ขายเพราะขายได้ในราคาถูกไม่คุ้มกับการลงทุน   และการใช้งาน

ผลจากมีให้กินน้อยลง ขนมจากราคาแพงขึ้น แส้งวงจากหาซื้อยากขึ้น น่าเสียดาย  " ต้นจาก " พันธ์ไม้พื้นบ้านของ จังหวัดสมุทรปราการที่กำลังจะจากเราไป

ประเพณี - วิถีชีวิตชาวปากน้ำ   จังหวัดสมุทรปราการมีประเพณีพื้นเมืองที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักของชาวไทยทั่วไปหลายประเพณี   ประเพณีเหล่านี้ได้เกิดขึ้นเนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตในครั้งอดีตของผู้พำนักอยู่ในเขตเมืองพระประแดง   และสมุทรปราการแต่ดั้งเดิมฃึ่งได้ถือปฏิบัติสืบต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบันประเพณีเหล่านี้ได้แก่งานสงกรานต์ปากัดประเพณีแข่งเรือหน้าเมืองพระประแดงและอื่นๆ    งานสงกรานต์ชาวปากลัด

ปากลัด เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกเมืองพระประแดง ทุกๆปีในวันอาทิตย์หลังจากเทศกาลสงกรานต์ ชาวเมืองพระประแดงร่วมกับเทศบาลเมืองพระประแดงจะจัด งานประเพณีสงกรานต์แบบพื้นบ้านของชาวรามัญ มีขบวนแห่นางสงกรานต์ ปล่อยนกปล่อยปลาประเพณีการปล่อยปลาและประเพณีการเล่นสะบ้า เป็นประเพณีที่ถือกันว่า เป็นสัญลักษณ์ของชาวปากลัด

ประเพณีการปล่อยปลา   มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับประเพณีการปล่อยปลามาว่าแต่เดิมมาชาวรามัญที่อพยพอยู่ในประเทศไทยส่วนมากประกอบอาชีพ การทำนา ชาวนาเหล่านี้จะจับจองที่ดินที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์เพื่อการปลูกข้าว  ซึ่งมักจะอยู่ห่างไกลจากบ้านเรือนที่อาศัย เมื่อถึงฤดูฝนหน้าทำนาก็อพยพไปปลูกกระท่อมอยู่พอเก็บเกี่ยวนวดข้าวเสร็จก็อพยพครอบครัวกลับบ้านเดิม ได้กระทำหมุนเวียนอยู่เช่นนี้ทุกปี

ในฤดูแล้ง ปลาที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำต่างๆ มักจะตายเนื่องจากความแห้งแล้งแต่มีปลาที่อดทนอยู่ชนิดหนึ่งคือ ปลาหมอ แม้ว่าน้ำจะแห้งหืดเหลือแต่โคลนตม ปลาหมอก็มีชีวิตอยู่ได้โดยมุดตัวอยู่ในโคลนตม ชาวนาที่ทำนาปลูกข้าวเมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวก็ย้ายครอบครัวจากที่นามายังบ้านเดิมจนกระทั่งสิ้นวันสงกรานต์แล้ว จึงกลับไปยังนาของตนเมื่อไปพบปลาหมอหมกตัวอยู่ตามโคลนตมรอวันตายก็มีความสงสารจึงจับปลาเหล่านั้น มาขังไว้แล้วนำไปปล่อยตามแม่น้ำลำคลองทำอยู่อย่างนี้จนกลายเป็นประเพณีมีการร่วมขบวนแห่แหนนำปลาไป ปล่อยพร้อมๆกัน  ประเพณีการปล่อยปลาในวันสงกรานต์ได้กลายเป็นประเพณีที่นิยมปฏิบัติเพราะการช่วยชีวิตสัตว์ให้รอดพ้น จากความตายนับเป็นบุญมหากุศล ถือกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์และช่วยต่ออายุของผู้กระทำให้ยืนนาน   ดังมีเรื่องเล่ากันว่ามีพระรูปหนึ่งมีลูกศิษย์หลายคนพระรูปนี้มีความเชี่ยวชาญในการทำนายโชคชะตา วันหนึ่งพระอาจารย์ได้ตรวจดูโชคชะตาราศีลูกศิษย์คนหนึ่งซึ่งเป็นสามเณรปรากฏตามดวงชะตาว่าสามเณรลูกศิษย์ ์นั้นเกณฑ์ชะตาต้องถึงแก่ความตายในไม่ช้าพระอาจารย์มีความสงสารและสลดใจแต่ไมาสามารถช่วยเหลือฝืนชะตากรรม   ของสามเณรได้ จึงบอกให้สามเณรรูปนั้น กลับไปบ้าน เพื่อจะได้มีโอกาสพบหน้าบิดามารดาก่อนตาย สามเณรได้อำลาพระอาจารย์แล้วเดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางได้เดินผ่านนาและทุ่งนา ได้พบบ่อน้ำในทุ่งนาแห่งหนึ่งน้ำแห้งขอดมีปลาตกคลักอยู่ในโคลนเลนเป็นอันมากสามเณรรูปนั้นมีความสงสาร จึงได้จับปลาไปปล่อยในที่มีน้ำแล้วเดินทางต่อไปถึงบ้านเมื่อไปอยู่บ้านพอสมควรแก่เวลาแล้วก็กลับมาหาพระอาจารย์ ฝ่ายพระอาจารย์เชื่อความรู้ของตนจึงแน่ใจว่าสามเณรรูปนั้นคงได้ตายไปแล้วแน่นอนครั้นเห็นสามเณรกลับมาจึงแปลกใจ สอบถามได้ความประพฤติการณ์ข้างต้นจึงเข้าใจว่าการที่สามเณรรูปนี้รอดพ้นจากความตายได้เพราะสามเณรได้ประกอบ กุศลช่วยสัตว์ให้รอดพ้นความตาย เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งว่า การปล่อยนกปล่อยปลาเป็นวิธีสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ ไปในตัวด้วย ผู้ที่ได้ร่วมในการแห่ปลาและปล่อยปลาจึงได้เชื่อว่าประกอบกิจที่ดีงามประจำปีอย่างหนึ่ง

 
Lotus Receiving Festival - ประเพณีรับบัวบางพลี
Lotus Receiving Festival Lotus Receiving Festival

ประเพณีรับบัวหรือโยนบัวเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวบางพลีอำเภอบางพลีมีประชากร อาศัยอยู่ 3 พวก คือ ไทยรามัญและลาวแต่ละพวก มีหัวหน้าควบคุมดูแลทำมาหากิน ในอาชีพต่างๆต่อมา กลุ่มคนทั้ง3พวกได้ปรึกษากันว่าสมควร จะหักร้างถางพงขยายพื้นที่ทำกินใหม่ให้กว้างขวางขึ้นที่ทำไร่ทำ สวนแต่เดิมเต็มไปด้วยพงอ้อพงแขม และพันธุ์ไม้ต่างๆ มีสัตว์อาศัยอยู่หลายชนิดทางฝั่งใต้ของคลองเต็มไป ด้วยป่าแสม น้ำเป็นน้ำเค็ม ฝั่งเหนือเป็นบึงใหญ่ แต่ละบึงจะมีน้ำลึกมีดอก บัวหลวง ขึ้นอยู่มากมาย คนทั้ง 3พวกได้ช่วยกัน หักร้างถางพงจนถึงสามแยกบริเวณ คลองสลุด คลองชวดลากข้าว คลองลาดกระบังเมื่อ ถึงบริเวณ นี้ต่างตกลงกันว่า ควรแยกย้ายกันไปหากินคนละทางจะดีกว่า ตกลงกันว่าให้พวกลาวไป ทาง   คลองสลุดคนไทยไปตามทางคลองชวดลากข้าว พวกรามัญไปทางคลองลาดกระบัง

ต่อมาคนรามัญที่ไปทางคลองลาดกระบังทำมาหากินอยู่ 2 -  3 ปีก็ไม่ได้ผลมีนกหนูรบกวน   การ ทำไร่ ไถ่นา พืชผลเสียหาย จึงปรึกษากันกลับถิ่นฐานเดิมคือ ปากลัดเริ่มอพยพในตอนเช้ามืดของเดือน 11 ขึ้น 14 ค่ำก่อนไปได้เก็บดอกบัวในบริเวณนั้นไปด้วยเพื่อนำไปบูชาพระคาถาพันที่ปากลัดในปีต่อมาได้ ้มีการสั่งให้คน ไทยที่ชอบพอกันว่าเมื่อถึงวันขึ้น 4 ค่ำเดือน 11ให้ช่วยกันเก็บดอกบัวไปบูชาหลวงพ่อโต ในวิหารและให้นำ น้ำมนต์หลวงพ่อโตกลับไปเป็นสิริมงคลด้วยส่วนดอกบัวที่เหลือชาวรามัญจะนำกลับ ไปบูชาพระคาถาพัน จึงเป็นที่มาของประเพณีรับบัวมาจนถึงทุกวันนี้

ในปัจจุบันพอถึงเดือน 11 ขึ้น 13 ค่ำ ก่อนออกพรรษา 2วันในตอนเย็นชาวบางพลี จะเตรียมดอกบัวไว้โดยเอาดอกบัวหลายดอกเสียบไว้ในใบบัวแล้วเอาใบบัวห่อไว้กันเหี่ยวตกเย็น ชาวตำบลต่างๆทั้งใกล้และไกลก็ ็จะพากันไปยังตำบลบางพลีใหญ่ ต่างๆช่วยกันพายเรือเรือจะ ตกแต่งอย่างสวยงามตอนกลางคืนมีการจับคู่ ร้องเพลงเรือลำตัดตามแต่ถนัดฝ่ายชาวบ้านบางพลีใหญ่จะตกแต่งบ้านเรือนด้วยธงทิวโคมบัว จะเล่นจนถึงสว่างบริเวณที่เล่นกันคือคลองสำโรงในตอนเช้าจะมีการโยนบัวลงไปในขบวนเรือ ขบวนแห่พระพุทธรูปโดยอัญเชิญหลวงพ่อโตจำลองลงไว้ในเรือเรือจะแล่นไปตามคลองสำโรง ให้ประชาชนได้บูชาประชาชนจะโยนดอกบัว ลงไปในเรือแห่หลวงพ่อโต   และในเรือที่ชาวบ้านมาร่วมงาน

 
How to Play Saba - การเล่นสะบ้า
Saba Saba

ในสมัยก่อนหนุ่มสาวไม่มีอิสระเสรที่ได้พบปะพูดคุยกัน นอกจากในงานวันนักขัตฤกษ์เช่นในงานสงกรานต์ เพื่อจะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันก็จะมีการละเล่นร่วมกันเป็นการละเล่นร่วมกันเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี การละเล่นที่นิยมกันมากในกิจกรรมเช่นนี้ก็คือ การเล่นสะบ้า   เริ่มเล่นหญิงสาวจะแต่งกายเรียบร้อยสวยงามอยู่ประจำที่บ่อน ชายหนุ่มจะนุ่งผ้าลอยชายด้วยผ้าม่วงบ้าง ผ้าลายบ้างเป็นผู้ไปเยือนถึงบ่อน เมื่อได้พูดจาตกลงกันเรียบร้อยแล้วฝ่ายหญิง ซึ่งมีหัวหน้าที่เรียกว่านายบ่อน (เป็นผู้หญิง ) จะเรียกหญิงสาวเข้ามานั่งที่ตามลำดับแรกเล่นฝ่ายหญิงสาวจะเป็นฝ่ายนั่งตั้งลูกสะบ้าก่อนแล้วหญิงสาวหัวหน้าบ่อนก็จะร้องให้ฝ่ายชายเข้าประจำที่ โดยนั่งคนละฝั่งกับทางฝ่ายหญิงตรงกันเป็นคู่ๆ จะเล่นกี่คู่ก็ได้ตามจำนวนฝ่ายหญิงและสถานที่ เมื่อครบคู่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงมือเล่นสะบ้าตามระเบียบกติกาซึ่งฝ่ายหญิงเป็นผู้วางไว้ โดยฝ่ายชายจะยิงดีดลูกสะบ้าของฝ่ายหญิงสาวคู่ของตน จะยิงกี่ครั้งก็ได้ตามจำนวนฝ่ายหญิงและสถานที่ เมื่อครบคู่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงมือเล่นสะบ้าตามระเบียบกติกาซึ่งฝ่ายหญิงเป็นผู้วางไว้ โดยฝ่ายชายจะดีดลูกสะบ้าของฝ่ายหญิงสาวคู่ของตนจะยิงกี่ครั้งก็ได้โดยฝ่ายชายเป็นผู้ขอด้วยวาจาที่สุภาพ และต้องนั่งพับเพียบลงในบ่อนในขณะที่ขอด้วย การกล่าววาจาขอมักจะใช้ภาษามอญดังนี้ " อีกุกะหยาดอัดมัวเล่นปลอนระกะหยาด "แปลความว่า" พี่สาวจ๋าขอสักครั้งเถิดครับ " การขอร้องทำแก่ตัวใหม่นี้เป็นวิธีที่จะได้โอกาสพูดจากับหญิงสาวนานๆ ระหว่างที่เล่นสะบ้าอยู่นี้ ผู้เล่าทั้งสองฝ่ายมักระมัดระวังตัวรักษามารยาทไม่พูดจาหรือแสดงกิริยาอย่างใดที่ไม่สมควร   เพราะมีสายตาเป็นร้อยๆ คู่เฝ้าจ้องอยู่โดยเฉพาะผู้เล่นฝ่ายชายมักอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ฝ่ายหญิงที่นั่งเฝ้าดูพฤติการณ์อยู่ตลอดเวลา แม้จะเล่นกันจนสว่างคาตาเมื่อเล่นพอสมควรแก่เวลาซึ่งอาจดึกถึงตีห้าหรือสว่างคาตา หนุ่มผู้เป็นหัวหน้าทีมฝ่ายชายก็จะกล่าวคำอำลาฝ่ายหญิงด้วยคำพูดว่า " อีกกะหยาดอัวเดิด " หรือ " ปุยเดิดกะเลาะกลาระกะหยาด "  แปลความว่า " พี่สาวจ๋าผมขอลาและขออภัยหากมีการล่วงเกินนะขอครับ "

 
Luang Phor Pan - งานนมัสการหลวงพ่อปาน

luang phor pan

luang phor pan

งานนมัสการหลวงพ่อปาน ครอบครัวของท่านอยู่ที่หมู่บ้านโคกเศรษฐี มีพี่น้องร่วมบิดามารดารวม 5 คนท่านเป็นบุตรคนที่3เมื่อตอนเด็กบิดามารดาได้นำไป ฝากไว้กับท่านศรีสากยะบุตรเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามเพื่อให้เรียนหนังสือไทย ต่อมาไม่นานท่านเจ้าคุณได้ให้อุปสมบทเป็นสามเณรเมื่ออายุครบบวชจึงได้อุปสมบทเป็น พระภิกษุอยู่ที่วัดอรุณราชวรารามนั่นเองภายหลังได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดมงคลโคธาราวาส ต่อมาท่านได้ไปเรียนวิปัสสนากับพระอาจารย์ที่วัดสมถะ จ.ชลบุรี

 หลวงพ่อปานเป็นพระภิกษุที่ปฏิบัติ พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด กิจของสงฆ์หลวงพ่อปฏิบัติเป็นประจำไม่เคยขาดคือนำพระภิกษุสงฆ์ออก บิณฑบาตทุกๆเช้านอกจากจะเจ็บป่วยไปไม่ไหวอีกประการหนึ่งคือนำ พระภิษุสงฆ์สวดมนต์เช้าเย็นที่หอสวดมนต์ เป็นประจำวัน และสวกมนต์เป็นคำภีร์หรือผูกเป็นเล่มเป็นวันๆ ไป กระทั้งสวดปาฎิโมกข์ปฎิปฐาน เหตุนี้ในสมัยนั้น พระลูกวัดของท่านจึงสวดมนต์เก่งมาก

งานนมัสการหลวงพอ่ปานเป็นงานประจำปีของชาวอำเภอบางบ่อการจัด งานที่วัดมงคลโคธาวาสกำหนด วันขึ้น 5-7 ค่ำ เดือน12 ของทุกปี รวม 3 วันในวันแรกชาวบ้าน จะอัญเชิญรูปหล่อของหลวงพ่อปาน ประดิษฐานในเรือลำใหญ่ประดับธงทิว กล้วยอ้อยสวยงามมาก ภายในเรือมีพิณพาทย์บรรเลง แห่แหนหรือมีการละเล่นในเรือ  ด้วยขบวนแห ่จะลากจูงด้วยเรือพาย ซึ่งมีฝีพายประจำคล้ายเรือแข่ง แต่ต่อมาใช้เรือยนต์ลากขบวนแห่จะไปตามลำคลอง ปีกกากระทั่งถึง บางพลีน้อย มาบางบ่อแล้วแห่กลับวัดอัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อ ไว้ใน ประจำพิธี

 

© 1999-2008 Samut Prakan: A Virtual Tour of a Thai City by Richard Barrow
Produced by Paknam Web Co., Ltd. in association with Sriwittayapaknam School, Samut Prakan