|
อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน |
|
Written by ปากน้ำเว็บ
|
|
Friday, 24 Dec 2010 |


อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน
อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน คือ บุคคลที่มีความสนใจมีการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ มีความเสียสละ และอุทิศตัวในการทำงานด้านการสงวน อนุรักษ์ คุ้มครอง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นตนเองอย่างยั่งยืน
อาสา สมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน มีชื่อย่อว่า “ทสม.” มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ มีกระบวนการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ แก่ประชาชนในชุมชน ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นของตนและดำเนิน การรักษา เฝ้าระวัง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลาย การดำเนินงานของ ทสม. เป็นไปในลักษณะของการอาสา ทำด้วยความสมัครใจ เสียสละ และตระหนักถึงความสำคัญของการเปิด โอกาสให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการ
ในแต่ละจังหวัดจะ มีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เครือข่าย ทสม.) ซึ่งเป็นการเชื่อมประสานการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของอาสา สมัครแต่ละคน เครือข่าย ทสม. แต่ละจังหวัดจะมีคณะกรรมการเครือข่าย 4 ระดับ ประกอบด้วย ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ คณะกรรมการเหล่านี้มาจากการคัดเลือกกันเองของสมาชิกเครือข่าย
หน้าที่ที่สำคัญของ ทสม 1) ช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมเกี่ยวกับการ อนุรักษ์ สงวน คุ้มครอง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น 2) สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและความตระหนักของภาคประชาชนต่อสภาพปัญหาทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและสามารถกำหนดแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาได้ และกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการ 3) ประสา นงานระหว่างประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรอื่น 4) ประชาสัมพันธ์ รับและแจ้งให้ประชาชนได้ทราบถึงนโยบาย ข่าวสาร กิจกรรม และผลงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน 5) ติดตามและเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น
เป็น ทสม. แล้วได้อะไร เนื่อง จากการดำเนินงานของ ทสม. เป็นไปในลักษณะของการอาสา ฉะนั้นผู้ที่เป็น ทสม.จึงไม่มีผลประโยชน์หรือเงินเดือน สิทธิประโยชน์ที่ ทสม.อาจได้รับ อาทิ บัตรประจำตัว การรับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การได้รับการเชิดชูเกียรติ หรืออื่นๆ ตามที่ระเบียบกำหนด อย่างไรก็ตาม งานของ ทสม. เป็นงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม สิ่งที่จะได้คือ การมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตน เองเพื่อให้การบริหารจัดการนั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน

ในช่วงเดือนธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ทางประธานที่ปรึกษาเครือข่ายทสม.จังหวัดสมุทรปราการ นายพูลผล อัศวเหม ร่วม กับ นายบุญยืน นาคดี ประธานทสม.จังหวัดสมุทรปราการ และ ทสจ. พร้อมด้วยความสนับสนุนด้านวิชาการจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการได้เอื้อเฟื้อสถานที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ สำหรับการจัดอบรมสมาชิกทสม.จำนวน 5 รุ่น ๆละ 600 คน รวม 3,000 คน การ จัดกิจกรรมแต่ละรุ่นจะมีขึ้นสามวันสองคืน ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาลำเนาไพร ใต้แสงตะวันและแสงดาว สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ด้วยการใช้ชีวิตแบบชาวค่าย นอนเต๊นท์ เล่นรอบกองไฟ พร้อมกิจกรรมทางวิชาการในเรื่องการปลูกจิตสำนึกในการรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมบรรยายทางวิชาการ สัมนากลุ่มย่อย สาธิตการดับไฟป่า และถามตอบปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างมาก อาสาสมัครทุกคนจะได้รับความรู้ และความสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น กิจกรรมกีฬาฮาเฮ ในการแข่งกีฬาในรูปแบบต่างๆ เช่น วิ่งกระสอบ และ การบรรยายทางวิชาการจากนักวิชาการของทสจ. ในเรื่องสิ่งแวดล้อมของจังหวัดสมุทรปราการ การ แยกขยะในครัวเรือน ที่หลายคนเพิ่งรู้ว่า ขยะพลาสติคที่เราใช้กันทุกวัน มันต้องใช้เวลาถึง 450 ปีในการย่อยสลาย และ ที่สำคัญที่สุด คือ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ทำให้การอบรมครั้งนี้มีความเห็นที่หลากหลาย และเป็นการจุดประกายในการสร้างกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติจากผู้คนจำนวน 3,000 คนจาก 6 อำเภอ ในจังหวัดสมุทรปราการ ที่จะมีหน้าที่เป็น ทสม. ต่อยอดการอนุรักษ์ และ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการช่วยกันพิทักษ์โลก ดูแลแยกกำจัดขยะ เรียนรู้สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และเฝ้าระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมในชุมชนของคน

นายพูลผล อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายทสม.จังหวัดสมุทรปราการ ผู้ จัดงานกล่าวว่า " ผมต้องการทำงานให้กับสังคม เราจัดอบรมไป 100 คน มี 80 คนชอบ เข้าใจ และนำไปใช้ก็ถือเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมแล้ว หากเราจะเป็นทสม.เราจะต้องหยุดทำร้ายโลก ต้องช่วยโลก ซึ่งผมเองได้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมา 5-6 ปีแล้ว โดยเริ่มจากเยาวชน ในโครงการเพื่อแผ่นดินไทย อย่าให้โลกร้อน ซึ่งได้รับการตอบรับจากเยาวชนในจังหวัดสมุทรปราการเป็นอย่างดี ซึ่งผมในฐานะผู้นำทางสังคมต้องค่อยๆปลูกฝัง พยายามสื่อให้ผู้คนเข้าใจในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถทำความเข้าใจให้กับคนหลายๆรุ่นในแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ รวมถึงผู้สูงอายุ ซึ่งทุกคนมีส่วนที่จะช่วยพิทักษ์โลกใบนี้ได้ด้วยมือของทุกคน " นายพูลผล ยังกล่าวอีกว่า ตนมีความหวังที่ร่วมมือกับชาวจังหวัดสมุทรปราการ ดูแลแก้ไขเรื่องน้ำเสียในลำคลองสำคัญๆต่างๆ เช่น คลองสำโรง ทีกำลังประสพปัญหาอยู่ ซึ่งการดำเนินการในเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น มีส่วนสำคัญที่สุดคือการร่วมมือจากประชาชนทุกคน ที่จะทำให้ความฝันในการช่วยกอบกู้โลกให้พ้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ สามารถเป็นความจริงขึ้นมาได้
 |