|
Written by ปากน้ำเว็บ
|
|
Friday, 20 Aug 2010 |


จับกุมแกงค์เปรูเจาะเซฟบูธแลกเงิน ธ.กรุงเทพ ที่พัทยา
วันที่19 สิงหาคม 2553เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแกงค์เปรูเจาะเซฟบูธแลกเงิน ธ.กรุงเทพ ที่พัทยา และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สืบ เนื่องจากวันที่ 18 สิงหาคม 2553 เวลาประมาณ 17.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สังกัด กก.6 บก.ทท.ได้ออกสืบสวนหาข่าวในเขตพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาถึงบริเวณอาคารผู้โดยสารชั้น 4 ได้พบกับนายซัวเรซ นูเนซ บัลโดเมโร่ เฟรดดี้ ( Mr.Suarez Nunez Baldomero Freddy )สัญชาติ เปรู อายุ 48 ปี ผู้ถูกจับที่ 1 และนายซีซ่า ทอเรซ เทเพีย( Mr.Cesar Torres Tapia) สัญชาติ เปรู อายุ 28 ปี ผู้ถูกจับที่ 2 มีลักษณะพิรุธน่าสงสัย จึงได้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรม แต่ปรากฏพบว่า นายซัวเรซ นูเนซฯ มี ตำหนิรูปพรรณคล้ายคลึงกับคนร้ายที่ลักทรัพย์นักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2553 จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ; จากนั้นจึงได้เชิญตัวมา ที่ กก.6 บก.ทท. จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.53 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่า นายซัวเรซ นูเนซฯ มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับบุคคลที่ก่อเหตุลักกระเป๋าของนักท่องเที่ยวในวันเวลาเกิดเหตุ จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล โดยผู้ถูกจับที่ 1 และผู้ถูกจับที่ 2 ได้ยินยอมพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ ที่ห้องพัก หมายเลข 214 ของโรงแรมดรีมทาวน์ ซ.เพชรบุรี 11 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร และจากการสอบถามจากพนักงานของโรงแรม ทราบว่า ที่ห้อง 218 มีชาวสัญชาติเปรูพัก อาศัยอยู่ จึงได้ไปตรวจสอบ พบนายฟีลิกซ์ อันโตนีโอ จิเมเนซ ซัวเรซ( Mr.Felix Antonio Jimenez Suarez )สัญชาติ เปรู อายุ 32 ปี ผู้ถูกจับกุมที่ 3 พักอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นพวกเดียวกัน และทางพนักงานโรงแรมฯ ยังแจ้งให้ทราบอีกว่า มีชายชาวสัญชาติ เปรู อีกหนึ่งคน คือ นายเอลเมอร์ เอ็ดเวิร์ด นูเนซ ครอเรีย (Mr.Elmer Eduardd Nunez Correa )อายุ 37 ปี สัญชาติ เปรู ผู้ถูกจับที่ 4 เป็นผู้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กค 1843 ประจวบคีรีขันธ์ เข้ามาจอดที่โรงแรมเป็นประจำ และเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มชาวเปรูดังกล่าวด้วย แต่ในขณะตรวจสอบที่โรงแรม ไม่พบคือ นายเอลเมอร์ ฯ ผู้ถูกจับที่ 4 อยู่ที่โรงแรม เชื่อว่า น่าจะขับรถยนต์ออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวทั้ง 3 คน พร้อมสัมภาระมาทำการตรวจสอบ ปรากฏว่า พบถุงมือผ้าสีเทา จำนวน 1 คู่ อยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำ ของผู้ถูกจับที่ 1 จึงสงสัยว่าอาจจะเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อเหตุ และ ประกอบกับปรากฏข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่า มีแก๊งชาวแขกขาวเข้าไปพยายามลักทรัพย์ในบูธแลกเงินของธนาคารกรุงเทพ ในเขตพื้นที่ สภ.พัทยา แล้วใช้เครื่องมือเจาะตู้เซฟ แต่ปรากฏว่าสัญญาณเตือนได้ดังขึ้นเสียก่อน คนร้ายจึงได้หลบหนีไป ทิ้งถุงมือผ้าสีเทา จำนวน 20 คู่ พร้อมอุปกรณ์ในการงัดแงะไว้ในที่เกิดเหตุ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.พัทยา ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับถุงมือที่ตรวจพบ พร้อมทั้งให้ตรวจสอบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กค 1843 ประจวบคีรีขันธ์ ด้วย ต่อ มาฝ่ายสืบสวน สภ.พัทยา ได้แจ้งให้ทราบว่า ถุงมือที่ตรวจยึดได้นั้น เป็นถุงมือชนิดเดียวกันที่คนร้ายทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ และรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าว เป็นของคนร้ายที่ใช้ในการก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นเหตุการณ์และจดหมายเลขทะเบียนรถไว้ จาก การสืบสวนดังกล่าวทำให้เชื่อว่า กลุ่มชาวเปร ูมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดพยายามงัดตู้เซฟของบูธแลกเงินธนาคารกรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุในพื้นที่ สภ.พัทยา จริง ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนติดตามหาตัว นายเอลเมอร์ฯ ผู้ ถูกจับที่ 4 ที่หลบหนีอยู่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 19 ส.ค.2553 ฝ่ายสืบสวนได้พบรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดไว้ที่บริเวณที่จอดรถ ของเพ็ญพรรณ อพาร์ทเม้น เลขที่ 1362 ซอย 101 ถ.ลาดพร้าว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จึงได้ตรวจสอบกับเจ้าของอพาร์ทเม้น ทราบว่า ผู้ถูกจับที่ 4 ได้พักอยู่ที่ห้องหมายเลข 101 และได้ไปตรวจสอบพบ นายเอลเมอร์ฯ นอนนายซัวเรซ นูเนซ อยู่ในห้องดังกล่าว จึง เชิญตัวพร้อมเก็บสัมภาระในห้อง ออกมาเพื่อตรวจสอบด้วย โดยได้พบ กุญแจดัดเหล็ก หกเหลี่ยม จำนวน 1 อัน และตะไบเหล็ก จำนวน 1 อัน อยู่ในห้อ งด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ในการใช้งัดตู้เซฟ จากพฤติการณ์ของผู้ถูกจับทั้ง 4 มี หลักฐานเชื่อแน่ว่า ร่วมกันเจาะตู้เซฟของบูธแลกเงินธนาคารกรุงเทพฯ จริง จึงได้ประสานงานไปยัง สภ.พัทยา เพื่อดำเนินการออกหมายจับบุคคลดังกล่าว ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดชลบุรีได้อนุมัติหมายจับผู้ถูกจับทั้ง 4 แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ถูกจับทั้ง 4 พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 |