|
Written by Administrator
|
|
Thursday, 16 November 2006 |
|
ตั้งอยู่ริมครองสำโรง ในเขตอำเภอบางพลี เล่ากันว่าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระองค์ยกกองทัพไล่ข้าศึกมาทางตะวันออกของกรุงศรีอยุธยาจนถึงตำบลแห่งหนึ่งที่ไม่รู้จักชื่อ พระองค์ได้สั่งให้ทหารหยุดพัก ฯ ที่แห่งนี้พระองค์ได้ให้ตั้งศาลเพียงตาพร้อมเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อบวงสรวงหาฤกษ์ยามตามตำราพิชัยสงคราม โดยตั้งจิตรอธิฐานว่า ถ้าพระองค์มีบุญญาธิการปกครองไพร่ฟ้าประชาชน ทั้งบ้าเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ขอให้พระองค์มีชัยต่ออริราชศัตรู ครั้นหลังจากเสร็จศึกสงครามได้รับชัยชนะแล้ว พระองค์ได้ยกทัพกลับเส้นทางเดิมและผ่านตำบลนี้อีก จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาที่ประมับเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ เรียกพลับพลานี้ว่า “พลับพลาชัยชนะสงคราม” ในเวลาต่อมาชาวบ้านได้สร้างวัดขึ้น ตั้งชื่อวัดว่า “วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม” ส่วนชื่อของตำบลได้เรียกว่าตำบลบางพลี นานไปเรียกวัดนี้ว่าวัดบางพลีตามชื่อตำบล วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปสำคัญคือ
หลวงพ่อโต
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปในสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย ( สะดุ้งมาร ) หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ๑ คืบ ตามประวัติเล่ากันว่า เมื่อ ๒๐๐ ปีมาแล้ว มีพระพุทธรูป ๓ องค์ ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา สันนิษฐานว่าชาวกรุงเก่าอัญเชิญลอยลงน้ำเพื่อหนีภัยจากพม่าที่มาตีกรุงศรีอยุธยา ระหว่างทางชาวบ้านได้อัญเชิญท่านขึ้นมาจากน้ำหลายแห่งแต่ไม่สำเร็จ เช่นที่ตำบลสามเสนจนลอยทวนน้ำมาถึงที่สามปทวน ในจังหวัดฉะเชิงเทราปัจจุบันก็ฉุดไม่ขึ้น ลอยเรื่อยมาถึงบางประกงที่เรียกว่าบางพระ ก็ยังฉุดขึ้นไม่สำเร็จ พระพุทธรูปทั้งสามองค์ลอยทวนน้ำต่อไปจนกระทั่งองค์หนึ่งไปฉุดขึ้นที่วัดโสธร องค์ที่ ๒ ฉุดขึ้นที่บางพลี คือหลวงพ่อโต องค์ที่ ๓ ฉุดขึ้นที่บ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร เรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม
สำหรับหลวงพ่อโต ที่บางพลีนี้ได้ประดิษฐานไว้ในวัดบางพลีใหญ่ ทุกปีในเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ชาวบางพลีร่วมกันจัดงานประเพณีรับบัวโดยจัดขบวนเรือแห่หลวงพ่อโต เมื่อเรือผ่านที่ใดชาวบ้านจะโยนดอกบัวลงไปสักการะ ในงานนี้มีมหรสพ การละเล่นพื้นบ้าน และมีการแข่งเรือ ถือเป็นงานสำคัญงานหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ
|