 |
 |
ในสมัยก่อนหนุ่มสาวไม่มีอิสระเสรที่ได้พบปะพูดคุยกัน นอกจากในงานวันนักขัตฤกษ์เช่นในงานสงกรานต์ เพื่อจะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันก็จะมีการละเล่นร่วมกันเป็นการละเล่นร่วมกัน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี การละเล่นที่นิยมกันมากในกิจกรรมเช่นนี้ก็คือ การเล่นสะบ้า เริ่มเล่นหญิงสาวจะแต่งกายเรียบร้อยสวยงามอยู่ประจำที่บ่อน ชายหนุ่มจะนุ่งผ้าลอยชายด้วยผ้าม่วงบ้าง ผ้าลายบ้างเป็นผู้ไปเยือนถึงบ่อน เมื่อได้พูดจาตกลงกันเรียบร้อยแล้วฝ่ายหญิง ซึ่งมีหัวหน้าที่เรียกว่านายบ่อน (เป็นผู้หญิง ) จะเรียกหญิงสาวเข้ามานั่งที่ตามลำดับแรกเล่นฝ่ายหญิงสาวจะเป็นฝ่ายนั่งตั้ง ลูกสะบ้าก่อนแล้วหญิงสาวหัวหน้าบ่อนก็จะร้องให้ฝ่ายชายเข้าประจำที่ โดยนั่งคนละฝั่งกับทางฝ่ายหญิงตรงกันเป็นคู่ๆ จะเล่นกี่คู่ก็ได้ตามจำนวนฝ่ายหญิงและสถานที่ เมื่อครบคู่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงมือเล่นสะบ้าตามระเบียบกติกาซึ่งฝ่ายหญิง เป็นผู้วางไว้ โดยฝ่ายชายจะยิงดีดลูกสะบ้าของฝ่ายหญิงสาวคู่ของตน จะยิงกี่ครั้งก็ได้ตามจำนวนฝ่ายหญิงและสถานที่ เมื่อครบคู่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงมือเล่นสะบ้าตามระเบียบกติกาซึ่งฝ่ายหญิง เป็นผู้วางไว้ โดยฝ่ายชายจะดีดลูกสะบ้าของฝ่ายหญิงสาวคู่ของตนจะยิงกี่ครั้งก็ได้โดยฝ่าย ชายเป็นผู้ขอด้วยวาจาที่สุภาพ และต้องนั่งพับเพียบลงในบ่อนในขณะที่ขอด้วย การกล่าววาจาขอมักจะใช้ภาษามอญดังนี้ " อีกุกะหยาดอัดมัวเล่นปลอนระกะหยาด "แปลความว่า" พี่สาวจ๋าขอสักครั้งเถิดครับ " การขอร้องทำแก่ตัวใหม่นี้เป็นวิธีที่จะได้โอกาสพูดจากับหญิงสาวนานๆ ระหว่างที่เล่นสะบ้าอยู่นี้ ผู้เล่าทั้งสองฝ่ายมักระมัดระวังตัวรักษามารยาทไม่พูดจาหรือแสดงกิริยาอย่าง ใดที่ไม่สมควร เพราะมีสายตาเป็นร้อยๆ คู่เฝ้าจ้องอยู่โดยเฉพาะผู้เล่นฝ่ายชายมักอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ฝ่ายหญิงที่นั่งเฝ้าดูพฤติการณ์อยู่ตลอดเวลา แม้จะเล่นกันจนสว่างคาตาเมื่อเล่นพอสมควรแก่เวลาซึ่งอาจดึกถึงตีห้าหรือ สว่างคาตา หนุ่มผู้เป็นหัวหน้าทีมฝ่ายชายก็จะกล่าวคำอำลาฝ่ายหญิงด้วยคำพูดว่า " อีกกะหยาดอัวเดิด " หรือ " ปุยเดิดกะเลาะกลาระกะหยาด " แปลความว่า " พี่สาวจ๋าผมขอลาและขออภัยหากมีการล่วงเกินนะขอครับ "
|