Samut Prakan
Home
Paknam Blogs
Paknam Google Earth
Paknam Maps
Samut Prakan Forum
Student Worksheets
My Province
จังหวัดของเรา​
ประวัติ​
ประเพณี
วัด
อาชีพ
ป้อมปราการ
สถานที่ท่องเที่ยว
คำถาม
Photo Album
Paknam Photo Album
Random Pictures
Most Viewed Pictures
Latest Pictures
Top Attractions
Crocodile Farm
Ancient City
Chulachomklao Fort
Bang Pu Seaside Resort
Phra Samut Chedi
Naval Museum
Tourist Information
Getting There
Getting Around
Festivals
Places to Stay
Tourist Attractions
Where to Eat
Shopping
Maps of Samut Prakan
Ancient Maps
Phrakhonchai Fort 1904
Samut Prakan 1912
Samut Prakan 1948
Paknam City
Historical Information
History
Paknam Railway
Forts
Paknam Incident 1893
Districts
Amphoe and Tambon
A. Muang District
A. Bang Phli
A. Bang Bo
A. Phra Pradaeng
A. Phra Samut Chedi
King A. Bang Sao Thong
Administrator


สถานที่ท่องเที่ยว

1. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

อยู่ที่ตำบลตลาดอำเภอพระประแดง สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2365 เป็นหลักเมืองเก่าของอำเภอพระประแดง ในสมัยเมื่ออำเภอนี้มีฐานะเป็นเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่ชาวเมืองเคารพนับถือมาก

2. พระสมุทรเจดีย์

ตั้งอยู่ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ พื้นที่เดิมเป็นเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเจดีย์อยู่กลางน้ำ ปัจจุบันฝั่งขวาตื้นเขินเดียวกัน แต่ผู้คนก็ยังเรียกว่าพระเจดีย์กลางน้ำ

3. เมืองโบราณ

เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ตั้งอยู่ในเขต ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง เป็นศูนย์รวมปูชนียสถานที่สำคัญๆของแต่ละจังหวัด เช่นเขาพระวิหาร ปราสาทหินพนมรุ้ง วัดมหาธาตุสุโขทัย พระพุทธบาทสระบุรี พระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยา ฯลฯ โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลง บางแห่งเท่าแบบจริง การสร้างฝีมือประณีต เป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญ ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้า   เรื่องราวของประเทศไทยจะศึกษาได้จากเมืองโบรารแห่งนี้

4. พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ

เป็นที่รวมของข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทัพเรือไทยและยุทธนาวีครั้งสำคัญๆ นอกจากนั้นยังมีเรือจำลองสมัยต่างๆ เช่น เรือที่ใช้ในพระราชพิธีกระบวนเรือพยุหยาตราชลมารคเรือรบหลวงพระร่วง เรือหลวงมัจฉานุซึ่งเป็นเรือดำน้ำลำแรกของกองทัพเรือไทย

5. ป้อมพระจุลจอมเกล้า

เป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการป้องกันอธิปไตยของชาติซึ่งได้ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้ว   ครั้งหนึ่งเมื่อร.ศ. 112(พ.ศ.2436) เป็นป้อมที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยและประวัติศาสตร์ไทยอีกนาน เพราะในสมัยนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทางเห็นว่าประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังแสวงหาเมืองขึ้น บรรดาประเทศต่างๆที่อยู่ติดดินแดนไทยถูกประเทศทั้งสองเข้าครอบครองไปหมดแล้วนับเป็นภัยใหญ่หลวงสำหรับ ประเทศเล็กๆอย่างประเทศไทยเรา พระองค์จึงทรงหาวิธีป้องกันต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันทางน้ำ ทรงดำริให้ปรับปรุงป้อมต่างๆทางปากน้ำโดยจ้างชาวต่างประเทศที่ชำนาญการทางเรือมาเป็นที่ปรึกษาวางแผนในการ ปรับปรุงกิจการทางเรือในครั้งนี้ด้วยปัจจุบันผู้เข้าชมป้อมนี้ต้องขออนุญาติทางราชการเนื่องจากเป็นที่ตั้งกองทหารเรือนาวิกโธิน

6. ป้อมแผลงไฟฟ้า

เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของฐานทัพเรือเมืองนครเขื่อนขันธ์สร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเสมือนหนึ่งฐานฐัพด้านปากน้ำเจ้าพระยาเป็นเมืองที่มีป้อมปราการหลายแห่ง   โดยพระบาทสม เด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชดำริที่จะป้องกันพระราชอาณาจักร

7.วัดโปรดเกศเชษฐาราม

เป็นอารามหลวงชั้นตรี พระยาเพชรพิชัยสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มีลักษณะสถาปัตยกรรมเด่นคือ พระอุโบสถมุงหลังคาด้วยกระเบื้องมอญเก่า ไม่มีช่อฟ้าใบระกาหน้าบันมีศิลปปูนปั้นลายเครือเถา ประดับเครื่องลายคราม   ภายในมีพระประธานหล่อด้วยโลหะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยพระวิหารมีลักษณะ สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์พระพักตร์งามมาก เหนือหน้าต่ามีภาพปริศนาะธรรมเป็นศิลปะตะวันตกซึ่งหาดูได้ยาก นอกจากนั้นยังมีพระมณฑป หลังคามุงด้วยกระเบื้องราง รายล้อมด้วยเก๋งจีน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ มีพระปางค์  ที่มุมทั้งสี่ด้าน ภายในมีพระมณฑปมีพระพุทธและรอยพระพุทธบาทจำลองประดับมุก

8. ศาลพระเสื้อเมือง

ตั้งอยุ่ที่ตำบลตลาด อำเภอพระแดง สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองพระประแดง ในปี พ.ศ.2357 สิ่งที่สำคัญคือ โบราณศิล วัตถุในศาล ชาวบ้านถือว่าเป็นสถานที่ศักสิทธิ์

9. สถานตากอากาศบางปู

เป็นสถานที่ตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน และเป็นสถานที่พักฟื้นและพักผ่อนของกรมพลาธิการทหารบก ภายในมีสวนดอกไม้ประดับ มีร้านอาหาร ในระยะเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมพาภันธ์จะมีนกนางนวลอพยพมาหากิน     อยู่ตามชายหาด เป็นธรรมชาติที่น่าชมมาก

10. สวางคนิวาส

อยู่ที่ถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 31 มีเนื้อที่ 60ไร่เศษ เป็นสถานที่พักผ่อนของสภากาชาติไทยที่น่าท่องเที่ยวพักผ่อน หย่อนใจ เปิดสวนสาธารณะและสถาที่พักฟื้นสำหรับคนทั่วไปภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ปลาปัจจุบันเทศบาลเมือง พระประแดงได้ทำการบูรณะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยบริเวณข้างบนของป้อมให้จัดปืนใหญ่ หลายกระบอกตั้งไว้ให้ชมรอบๆ บริเวณจัดปลุกต้นไม้ให้ร่มรื่น

11.พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย

เป็นพิพิธภัณฑ์ของเอกชน ตั้งอยู่ที่ 125 ถนนสุขุมวิท อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยแห่งแรกในประเทศไทย ภายในเรือนไทยจัดแสดงเปลือกหอยต่างๆ       ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ อาทิ หอยนางรมล้านปี ซึ่งเป็นหอยเก่าแก่ หอมหมวกเกราะรูปร่างคล้ายหมวกอุศเรน มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่เกือบเท่าศีรษะคน หินม่วงเปลือกสีม่วงใส  ปัจจุบันได้ย้ายไปตั้งที่ระยองรีสอร์ท จังหวัดระยอง

12.ฟาร์มจระเข้

ตั้งเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นฟาร์มจระเข้ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงจระเข้ มีการแสดงวิธีการจับจระเข้ด้วยมือเปล่า นอกจากนี้ยังมีส่วนวัตว์ซึ่งประกอบไปด้วยสัตว์ต่างๆ เช่น เสือ ช้าง ลิงซิมแปนซี นกกระจอกเทศ อูฐ ฯลฯ

13.วัดกลางวรวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างในสมัยอูธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดตะโกทอง พระอุโบสถได้รับการ ปฎิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่3 หน้าบันมีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายคราม    ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ปฐมสมโพธิกาถาต่อมามีการสร้าง   พระมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาท4รอย นอกจากนี้ยังมีศาล การ   เปรียญเป็นเรือนไทยหมู่ไม้สักทั้งหลัง หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อนสวยงามควรแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง

14.วัดอโศการาม

วัดนี้เป็นวัดใหม่ เป็นสำนักวิปัสสนาที่มีชื่อเสียง สิ่งที่น่าชมมากคือพระธาตุหมู่รวม 13 องค์ หมายถึง            ธุดงควัตร 13 ของพระธุดงค์นั่นเอง สร้างเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2505 ในวันอาทิตย์และวันธรรมสวนะจะมีพุทธศาสนิกชนไปนั่งวิปัสสนาที่วัดนี้กันเป็นจำนวนมาก

15.วัดไพชยนต์พลเสพราชวรวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นโท กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มีพระอุโบสถและพระวิหารที่งดงาม ในพระอุโบสถมีพระประธานปูนปั้นบุทองปางมารวิชัย อยู่บนบุษบกยอดปรางค์จตุรมุข อยู่ในอำเภอพระประแดง

16.วัดทรงธรรมวรวิหาร

เป็นวัดเก่าแก่ในพระพุทธศาสนารามัญนิกาย สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครเขื่อนขันธ์   ในสมัย   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท มีพระรามัญเจดีย์ใหญ่  ศิลปะรามัญ พระวิหารก่ออิฐถือปูนมีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้สักภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง

17.ป้อมเมืองปากน้ำ

เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มากที่สุดจังหวัดหนึ่ง จึงได้มีการสร้างป้อมปราการขึ้น ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 กว่า 24 ป้อม เช่น ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ป้อมผีเสื้อสมุทรป้อมวิทยาคม ป้อมมหาสังหาร ป้อมศรัตรูพินาจ ป้อมจักรกลด ป้อมเพชรหึง ป้อมพระจันทร์พระอาทิตย์ ป้อมประโคนชัย ป้อมปราการ ป้อมกายสิทธิ์ ป้อมนาคราช ป้อมพระกาฬ ป้อมตรีเพชร ป้อมปีกกา ป้อมคงกระพัน ป้อมนารายณ์การกร ป้อมพับสมุทร ป้อมเสือซ่อนเล็บ

18.พระธุตังคเจดีย์

พระธุตังคเจดีย์ วัดอโศการาม เป็นปูชนียสถานที่สำคัญอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงามของจังหวัดสมุทรปราการ พระธุตังคเจดีย์เป็นหมู่พระเจดีย์กลุ่ม มี 13 องค์ เป็นศิลปรัตนโกสินทร์ยุคต้นพุทธศตวรรษที่ 25

19.หอพระไตรปิฎกหรือหอไตร

เมืองโบราณมีให้ชม 2 หลัง หอพระไตรปิฎกคือ ห้องสมุดที่ทางวัดเก็บรักษาพระไตรปิฎกและหนังสือทางพุทธศาสนา ในสมัยโบราณนิยมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อให้พ้นจากมดปลวก หอพระไตรปิฎกหลังหนึ่งในเมืองโบราณนำมาจากวัดใหญ่ อำเภอบางคนทีจังหวัดสมุทรสงครามมีลักษณะเป็นหอสูงภาพฝาผนังด้านนอกอาคารเป็นภาพพุทธประวัติฝีมือเก่า อันสูงค่า   และมีหอระฆังที่เมืองโบราณได้มาจากวันเดียวกันหอพระไตรปิฎกอีกหลังหนึ่งเมืองโบราณ สร้างขึ้นตามศิลปะล้านช้างของชาวภาคอีสาน

20. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ​ ​ตั้ง​อยู่​บนเนื้อที่​ 12 ​ไร่​ ​ของบริษัท​ ​ธนบุรีประกอบยนต์​ ​จำ​กัด​ ​ตำ​บลสำ​โรงทาบ​ ​พิพิธภัณฑ์​แห่งนี้สร้าง​จาก​แรงบันดาลใจ​ ​และ​ความ​คิดของ​ ​คุณ​เล็ก​  ​วิริยะพันธ์​ ​ผู้​สร้างเมืองโบราณ​ ​จ​.​สมุทรปราการ​ ​และ​ปราสาทสัจธรรม​ ​เมืองพัทยา​ ​จ​.​ชลบุรี​ ​เพื่อ​ให้​เป็น​สถานที่​เก็บรักษาศิลปวัตถุ​ ​มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง​ ​ๆ​ ​และ​เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์​ไทย​ให้​คง​อยู่​สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป​ ​ช้างเอราวัณ​หรือ​ช้างสามเศียร​ ​เป็น​ประติมากรรมลอยตัว​ด้วย​วิธี​เคาะมือแห่งแรกที่​ใหญ่​ที่สุด​ใน​โลก​ ​ทำ​จาก​โลหะทองแดง​ ​แผ่น​เล็ก​สุดขนาด​เท่า​ฝ่ามือนำ​มา​เรียงต่อ​กัน​ด้วย​ความ​ประณีตนับแสนชิ้น​ ​ตัวช้างรวมอาคารมี​ความ​สูง​ 43.60 ​เมตร​ ​(​หรือ​สูงขนาดตึก​14-17​ชั้น​โดย​ประมาณ) ​อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออก​เป็น​ 2 ​ส่วน​ใหญ่​ ​ๆ​ ​คือ​ ​ส่วน​บนของตัวช้าง​ ​เฉพาะ​ส่วน​หัวมีน้ำ​หนักประมาณ​ 100 ​ตัน​ ​ลำ​ตัวช้างหนัก​ 150 ​ตัน​ ​สูง​ 29 ​เมตร​ ​กว้าง​ 12 ​เมตร​ ​และ​ยาว​ 39 ​เมตร​ ​ตัวช้างออกแบบ​ให้​เป็น​พิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุมีค่า​ ​เช่น​ ​ภาพวาดสีฝุ่นรูปจักรวาล​ ​พระพุทธรูปปางลีลา​ ​บริ​เวณท้องช้างปู​ด้วย​ไม้มะ​เกลือสีออกดำ​  ​ส่วน​ล่างของตัวช้าง​ ​เป็น​ฐาน​  ​โครงสร้าง​เป็น​คอนกรีตเสริมเหล็ก​ ​อาคารศาลามี​ความ​สูง​ 14.60 ​เมตร​ ​กระจายน้ำ​หนักตัวช้าง​ด้วย​คานวงแหวนรอบนอก​และ​รอบ​ใน​บนอาคาร​ ​ถ่ายน้ำ​หนักลงเสา​แปดเสาภายนอก​และ​สี่​เสาภาย​ใน​อาคารศาลาการตกแต่งภาย​ใน​เป็น​การผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ​ ​เช่น​ ​การ​ใช้​กระจกสี​แบบศิลปะตะวันตก​, ​เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี​, ​การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช​ ​และ​รูปปั้นโบราณชนิดต่าง​ ​ๆ​ ​อาทิ​ ​คนธรรพ์บรรเลงดนตรี​ ​รูปพญานาค​ ​ของช่างเมืองเพชร​ ​ส่วน​ชั้น​ใต้​ดินที่​เรียกว่า​ “​ชั้นบาดาล​” ​เป็น​ที่จัดแสดงนิทรรศการ​และ​โบราณวัตถุจำ​นวนมาก​ ​อาทิ​ ​พระพุทธรูป​ ​เทวรูปสมัยต่าง​ ​ๆ​ ​และ​เครื่องลายครามของจีน​ ​ระ​เบียงรอบนอกตัวอาคารประกอบ​ด้วย​ซุ้มแปดซุ้ม​ ​รอบพิพิธภัณฑ์​เป็น​อุทยานพรรณไม้​ใน​วรรณคดี​ ​และ​พันธุ์​ไม้หายาก​จาก​ทุกภูมิภาคของประ​เทศ​ ​มีงานประติมากรรมลอยตัวเรื่อง​ ​รามเกียรติ์​ ​วางเรียงรายล้อมรอบอาคาร​ ​พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเปิด​ให้​เข้า​ชมทุกวัน​ ​ตั้งแต่​เวลา​ 08.00-18.00 ​น​. ​ค่า​เข้า​ชม​ ​ผู้​ใหญ่​ 150 ​บาท​ ​เด็ก​ 50 ​บาท​ ​สอบถามเพิ่มเติม​ได้​ที่​ ​โทร​. 0 2371 3135-6 ​โทรสาร​. 0 2380 0304

21.  ตลาดน้ำ​บางน้ำ​ผึ้ง
 
เป็น​ตลาดน้ำ​แห่ง​ใหม่​ใกล้​กรุงเทพฯ​ ​ตั้ง​อยู่​บริ​เวณตำ​บลบางน้ำ​ผึ้ง​ ​เป็น​การร่วมมือระหว่าง​ ​อบต​.​บางน้ำ​ผึ้ง​ ​และ​ชาวบ้าน​ใน​ชุมชนสร้างตลาดน้ำ​แห่งนี้​เพื่อหาทางแก้​ไขภาวะผลผลิตล้นตลาด​ ​ซึ่ง​ตลาดน้ำ​แห่งนี้สร้างงาน​ ​สร้างราย​ได้​ให้​กับ​ชุมชน​ได้​เป็น​อย่างดี​ ​เสน่ห์ของตลาดน้ำ​แห่งนี้​ ​คือ​ ​วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง​ ​ส่วน​ใหญ่​เป็น​ชาวไทยเชื้อสายมอญ​ ​และ​ยัง​มีการจำ​หน่ายผลิตภัณฑ์​และ​อาหารที่มีชื่อเสียงของชุมชน​ ​ได้​แก่​ ​ดอกไม้​เกล็ดปลา​ ​ปั้นธูปสมุนไพร​ ​หอยทอดขนมครก​ ​และ​มะม่วงน้ำ​ดอกไม้​ ​เป็น​ต้น​ ​นอก​จาก​นี้​ยัง​มี​เรือพาย​ให้​บริการ​ ​อัตราค่า​เช่าลำ​ละ​ 20 ​บาท​  ​และ​ยัง​มีกิจกรรมท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน​ ​และ​ชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามของสวนผลไม้​ใน​ชุมชน​  ​โดย​เช่าจักรยาน​ใน​ราคา​ 30 ​บาท​ ​ต่อคัน​  ​ตลาดน้ำ​บางน้ำ​ผึ้ง​จะ​มี​เฉพาะวันเสาร์​และ​อาทิตย์​ ​ตั้งแต่​เวลา​ 08.00 - 14.00 ​น​. ​สอบถามเพิ่มเติม​ได้​ที่​  ​นายก​ ​อบต​. ​น้ำ​ผึ้ง​ ​โทร​.0 1171 4930  ​สำ​นักงาน​ ​อบต​. ​บางน้ำ​ผึ้ง​ ​โทร​.0 2819 6762

 

© 2008 Samut Prakan: A Virtual Tour of a Thai City
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.
JoomSEF SEO by Artio.